วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Resveratrol


Resveratrol

Resveratrol (เรสเวอราทรอล) เป็นสารที่พบมากในองุ่น สามารถช่วยเร่งการสังเคราะห์ Collagen IV และให้ผิวสามารถต่อต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถลดริ้วรอย ปรับสีผิวให้สว่างใส ให้ผิวนุ่มและกระชับ (firm & smooth) อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบต่างๆบนผิว

Resveratrol ถูกใช้ประโยชน์ด้าน whitening เป็นหลัก เนื่องจากจากผลการทดลองพบว่า Resveratrol มีประสิทธิภาพในการปรับผิวให้สว่าง (whitening) ด้วยกลไกหลายด้าน (กรุณาดูข้อมูลผลการวิจัยในเอกสารโบรชัวร์) โดยหลังจากใช้ติดต่อกัน 14วัน จะเห็นผลด้านความกระจ่างใส








ในการทดลองในเซลล์ห้องแลป พบว่า มีประสิทธิภาพในการลดปริมาณเม็ดสี (เมลานิน) ได้ถึง 50%  




ในการทดลองในห้องแลป พบว่า สามารถลดการสร้างเม็ดสีได้ดีกว่า Kojic Acid ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ใช้สำหรับปรับสีผิวให้ขาวเช่นกัน อย่างชัดเจน








จากการทดลองในผู้ใช้จริง ในประชากรกลุ่มผิวขาว ชาวตะวันตก พบว่า การใช้ติดต่อกัน 14วัน โดยทาวันละ 3 ครั้ง 
ส่งผลให้ ผิวขาวขึ้นอย่างชัดเจน




*Resveratrol เป็นสารที่กลัวแสง UV มาก หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง ให้บรรจุผลิตภัณฑ์สำเร็จในขวดทึบหรือขวดสีชา เท่านั้น*

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย  อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในขั้นตอนสุดท้าย โดยอุณหภูมิของเครื่องสำอางค์ต้องต่ำกว่า 40°C ควรเติม Disodium EDTA 0.2% ในสูตร 
                     และใช้น้ำในการผสมที่สะอาดที่สุด เนื่องจาก Resveratrol  มีความอ่อนไหวสูงกับโลหะหนักที่อาจเจือปนในน้ำที่ไม่สะอาด 
                     ซึ่งจะทำให้ Resveratrol เสื่อมคุณภาพได้
อัตราการใช้:  5% สำหรับผิวทั่วไป และ 10% สำหรับผิวที่มีอายุ หรือต้องการด้านการปรับสีผิว หรือ whitening)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลว สีเหลือง มีกลิ่นอ่อนๆ
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 4°C-8°C ห้ามโดนแสง มีอายุอย่างต่ำ 18เดือน หากเก็บรักษาอย่างถูกต้อง และไม่ถูกแสง
ผลิตโดย The Netherlands

INCI Name: Resveratrol

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้:




         Firming Neck Therapy

        






วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Aloe Vera Extract (อัตราสกัด 10:1 FullAssay™)


                Aloe Vera Extract  ว่านหางจระเข้ สกัดอัตราส่วน 10:1 FullAssay™ โดยเป็นของเหลว มีไกลโคโปรตีน , โพลีแซคคาไรด์  ช่วยปรับสภาพผิวลดอาการแพ้ระคายเคืองโดยเฉพาะผิวที่ไหม้เกรียมแดด ปกป้องผิวจากรังสี UV สมานแผลเป็นต่างๆทำให้แผลหายเร็วขึ้น ลดการอักเสบและระคายเคืองของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ให้ผิวเรียบเนียน ลดการอักเสบของสิวทำให้สิวแห้งเร็วมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ผิวจะเนียนนุ่มและชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน

สกัดจาก inner fillet (เนื้อว่าน หลังจากปลอกเปลือก) ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ และกรรมวิธีสกัดด้วยอุณหภูมิต่ำ หลังจากนั้นนำไป freeze dry (หรือการแช่แข็งแห้งด้วยความเย็นต่ำมาก) เพื่อรักษาสภาพของสาร polysaccharides ต่างๆที่อยู่ในเนื้อว่านหางจระเข้

ความแตกต่างระหว่าง FullAssay™ และชนิดธรรมดา:
-FullAssay™ มีสาร Aloin A, Aloin B ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ของว่านหางจระเข้ ครบถ้วน
-FullAssay™ ของเหลวมีสีเหลือง เนื่องจากสาร Aloin มีลักษณะสีเหลืองตามธรรมชาติ
-ชนิดธรรมดา ของเหลวสีใส เนื่องจากมีสารกลุ่ม Aloin ไม่ครบถ้วน ทำให้มีประสิทธิภาพน้อยกว่า
-การใช้ Extract ชนิด FullAssay™ ในระดับ 1-3% ไม่ได้ส่งผลให้สีของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย  อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในน้ำ (water-phase) โดย pH ของผลิตภํณฑ์อยู่ระหว่าง 4.5-7
อัตราการใช้: 1-3% (3% เท่ากับ 30% Aloe Vera)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลวสีเหลือง
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในที่เย็น อุณหภูมิ 4°C ห้ามโดนแสงแดด เมื่อเปิดฝาแล้วปิดทันที และซีลให้สนิท
ผลิตโดย USA

INCI Name: Aloe Barbadensis Leaf Juice

Sea Kelp Bioferment

                  Sea Kelp Bioferment  สกัดจากสาหร่ายใต้ทะเล Sea Kelp ด้วยวิธีการบ่มด้วย Lactobacillus แบคทีเรียชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในโยเกิร์ต มีลักษณะเป็นเนื้อเจล มีประสิทธิภาพสูงในการให้ความชุ่มชื้นผิวโดยไม่มีน้ำมัน (oil-free moisturizer) นอกจากนี้ยังสามารถใช้บำรุงผมได้ให้ผมนุ่ม เงางาม และหนาขึ้น
               Sea Kelp Bioferment ประกอบด้วยสารอาหารมากมายได้แก่ Cysteine, Lysine, Aspartic, Glutamic, Proline, Methionine, Tryptophane, Arginine, และ Ornithine เป็นหนึ่งในสารสกัดชั้นยอดที่ มีคุณสมบัติสามารถคงสมดุลให้แก่ทุกประเภทผิวพรรณ ทำให้ผิวที่แพ้ง่าย แข็งแรงขึ้น และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับโครงสร้างเซลล์ผิวได้ สุขภาพผิวแข็งแรง ไม่แพ้ง่าย ทั้งยัง มีคุณสมบัติในการชะลอการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อต่างๆ พร้อมกระตุ้นเซลล์ผิว เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอยใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ทั้งยังมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวสุขภาพดี แข็งแรง เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ดูมีน้ำมีนวลยิ่งขึ้น ซ่อมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และคงความอ่อนเยาว์ของผิว

(เนื้อผลิตภัณฑ์อาจมีตะกอนอยู่บ้าง ซึ่งไม่ได้มีผลต่อประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด กรุณาเขย่าก่อนใช้)

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในน้ำ หรือ emulsifier โดยสามารถทนความร้อนได้ สามารถใช้โดยไม่ต้องผสมอะไรเพิ่มเติมได้
อัตราการใช้: 5-100% (สามารถใช้ pure 100% ทาผิวได้โดยตรง แต่หากผสมใสเครื่องสำอางค์ สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: เจลใส เหนียวเล็กน้อย (ผลิตภัณฑ์จาก Bull Kelp สหรัฐอเมริกา แท้ ไม่เจือจางด้วยน้ำ และไม่ก่อตัวเป็นขุยเมื่อแห้งเหมือน Seakelp Bioferment ทั่วไป เมื่อใช้ความเข้มข้นสูง เกิน 50% ทาลงบนผิวหน้า)
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในที่เย็น 4°C-25°C มีอายุอย่างต่ำ 2ปี
ผลิตจาก วัตถุดิบ Kelp จาก USA Marine

INCI Name:  Lactobacillus/Nereocystis Luetkeana Ferment Filtrate or Lactobacillus/Kelp Ferment Filtrate
(กันเสียด้วย Phenoxyethanol 0.3%)

Bisabolol (German Chamomile Extract)

              Alpha Bisabolol (German Chamomile Extract, Anthemis Nobilis Flower Extract) เป็นสารสังเคราะห์ สามารถสกัดได้จากดอก คาโมมายล์ สายพันธุ์เยอรมัน (German chamomile) ช่วยลำเลียง active ingredients ในเครื่องสำอางค์ลงสู่ผิวหนัง (transdermal) และมีประสิทธิภาพในการลดการระคายเคือง การอักเสบ การแพ้ และมีฤทธิ์ต่อต้านแบคทีเรีย

การใช้: สำหรับเครื่องสำอางค์ทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในน้ำมันชนิดอื่นๆ (oil-phase) หรือ emulsifier โดยมี pH อยู่ในช่วง 3-11
อัตราการใช้: 0.5-1% (แนะนำ 1%)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: น้ำมันเหลวขุ่น ออกสีเหลืองอ่อน
การละลาย: สามารถละลายในน้ำมัน และแอลกอฮอลล์
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิระหว่าง 4°C-8°C มีอายุอย่างต่ำ 30เดือน 
ผลิตโดย Royal DSM N.V., The Netherlands

INCI Name: (Alpha) Bisabolol

Snail Secretion เมือกหอยทาก

                เมือกหอยทาก สายพันธ์ Helix Aspersa Muller ของประเทศชิลี ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์กับผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดการระคายเคือง ให้ความชุ่มชื้นผิว โดยให้ตัวหอยทาก ใช้เมือกนี้ในการสร้างเปลือกใหม่เมื่อเปลือกถูกทำลาย
               ในเมือกหอยทางชิลี จะประกอบด้วยส่วนผสมหลากหลายชนิด เช่น Allantoin (ช่วยลดการระคายเคือง), Collagen (ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนของผิว), Elastic (ช่วยเสริมสร้างการยืดหยุ่นของผิว), Glycolic Acid (ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนๆ), Antibiotic Peptides (ช่วยลดการระคายเคือง ลดการอักเสบของผิว) และวิตามินต่างๆ


การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทุกชนิด
วิธีการผสม: ผสมในขั้นตอนสุดท้าย โดยอุณหภูมิของเครื่องสำอางค์ต้องต่ำกว่า 40°C มีค่า pH ระหว่าง 4-8
อัตราการใช้: 1-5% (แนะนำ 3%)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลวใส *ไม่ได้มีลักษณะเป็นเมือก เนื่องจากผ่านการสกัดและฆ่าเชื้อ* มี pH อยู่ในช่วง 6.5-8
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 6-8องศา มีอายุอย่างต่ำ 24เดือน
ผลิตจาก Chile

INCI Name: Snail Secretion Filtrate (กันเสียด้วย Phenoxyethanol 0.4%)

Bio-Yeast Essence™

                     Bio-Yeast Essence™   คือสารที่ได้จากการหมักบ่มยีสต์ชนิดพิเศษ พัฒนาให้คล้ายคลึงกับสาร Pitera ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ SK-II (บริษัท P&G)

              กรรมการวิธีการสกัด: ใช้แสง UV ความยาวคลื่นที่เหมาะสม ตกกระทบบนผนังเซลล์ของยีส ชนิด Saccharomyces ที่ผ่านกระบวนการ Ferment + Filtrate แล้ว ผนังเซลล์จะคายสารที่ต้องการออกมา ซึ่งสารนี้ผ่านการวิจัยว่าสามารถกระตุ้นเมตาบอลิซึม ของเซลล์ผิวหน้า ซึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์ต่างๆดังนี้

-เพิ่มความกระชับผิว
-ฟื้นฟูสุขภาพผิว ลดริ้วรอย
-ให้ผิวอ่อนนุ่ม และชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง ลดการระคายเคือง
-ให้ผิวเรียบเนียบ มีชีวิตชีวา

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในน้ำ โดย pH อยู่ในช่วง 5-7
อัตราการใช้: 0.5-1.0% (แนะนำ 1.0%)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลว สีเหลือง มีกลิ่นยีสอ่อนๆ มี pH อยู่ในช่วง 5.5 - 6.5
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 10°C-15°C อาจก่อตัวเป็นวุ่นหากเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่านี้ แต่สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติ เมื่ออยู่ในอุณหภูมิสูงขึ้น

INCI Name: Saccharomyces Lysate Extract

Glucosamine (N-acetyl-D)

           
             Glucosamine (N-acetyl-D) สำหรับใช้ร่วมกับ Vitamin B3 (Niacinamide) ทำหน้าที่เป็น whitening และสามารถลบรอยจุดด่างดำ รวมถึงกระตุ้นให้ผิวสร้าง Hyaluronic Acid ได้ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น และช่วยลดริ้วรอยได้ ให้ความชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยนจากภายใต้ชั้นผิว


N-Acetyl Glucosamine ไม่ใช่ Glucosamine Sulfate ที่ใช้รักษาโรคไขข้อ / โรคข้อเสื่อม และสารทั้งสองชนิด ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ เพียงแค่ชื่อคล้ายกัน



การวิจัย กระบวนการชะลอการก่อสีผิว (Inhibition of Pigmentation Process) 
โดยกระบวนการจะสมบูรณ์ได้ ต้องใช้ทั้ง Glucosamine และ Vitamin B3 (Niacinamide) ร่วมกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิจัยกระบวนการ Whitening ของ Glucosamine ดูผลการวิจัยของ P&G จาก link นี้

1.TOPICAL FORMULATION CONTAINING N-ACETYL GLUCOSAMINE AND NIACINAMIDE REDUCES THE APPEARANCE OF HYPERPIGMENTED SPOTS ON HUMAN FACIAL SKIN


การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย whitening ให้ผิวขาว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในน้ำ (water-phase) โดยสามารถทนความร้อนได้ แต่ไม่ควรใช้ความร้อนนาน และควรอยู่ในสูตรที่มี pH ในช่วง 3-7
อัตราการใช้: 3-4% (แนะนำใช้ 4% ร่วมกับ Niacinamide 2-4%)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ผงสีขาว มี pH ในช่วง 6-7
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในอุณหภูมิห้อง ห้ามโดนแสงแดด ความร้อน ซีลฝาให้สนิท มีอายุอย่างน้อย 2ปี
INCI Name: N-Acetyl-D-Glucosamine หรือ N-Acetyl Glucosamine

Tranexamic Acid

                 ทราเนซามิค แอซิด ทำหน้าที่ให้ผิวขาว ลดการก่อตัวของเม็ดสี melanin เหมาะสำหรับการใช้แก้ปัญหาฝ้า

           Tranexamic Acid จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อใช้สำหรับปรับผิวให้ขาวใส ในกรณีที่ผิวคล้ำ หรือเป็นฝ้า โดยมีสาเหตุจากแสงแดด
ข้อกำหนดการใช้: ปัจจุบัน อ.ย. และ FDA ASEAN อนุญาติให้ใช้ได้ไม่เกิน 3% ในเครื่องสำอางเพื่อให้ผิวขาวกระจ่างใส ในกรณีที่ผสมในสูตรเกิน 5% จะต้องลงทะเบียนเป็น ยา แก้ฝ้า
ห้ามใช้เกิน 5% เพราะอาจระคายเคืองผิว
การใช้: เป็นสาร whitening ให้ผิวขาวใส และแก้ฝ้า ในครีม โลชั่น เซรั่ม หรือเจล
วิธีการผสม: ผสมใน water - phase  โดยสูตรควรมี pH ในช่วง 3-8
อัตราการใช้: 3-5% (หากใช้เกิน 3% ต้องขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาฝ้า หากใช้ไม่เกิน 3% สามารถขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องสำอางได้)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ผงสีขาว มี pH ช่วง 6.5-7.5
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 6-8องศา ปิดฝาขวดให้สนิท แล้วมิดชิดจากแสงแดด หรือความร้อน ผลิตภัณฑ์มีอายุอย่างต่ำ 2ปี

INCI Name: Tranexamic Acid 



Delentigo

                       Whitening ที่ออกแบบสำหรับลดจุดด่างดำแห่งวัย (age-spot) มีประสิทธิภาพทั้งการลดการผลิตเม็ดสี Melanin และการก่อตัวของ Lipofuscin

                 Delentigo เป็นผลวิจัยของ Mibelle Biochemistry Switzerland เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ถูกออกแบบเพื่อให้ช่วยทั้งการลด Melanin และ Lipofuscin สารสกัดจากธรรมชาติถูกบรรจุอยู่ใน Liposome ที่สามารถดูดซึมสู่ผิวได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้ง Delentigo ยังเหมาะกับการใช้ร่วมกับ Nanowhite เพื่อให้เกิดผลด้าน whitening ได้มากยิ่งขึ้น


ผลการทดลอง หลังจากใช้ Delentigo ความเข้มข้น 4% ติดต่อกัน 4สัปดาห์ (*ผลการใช้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)



การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวขาว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม (ใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 4สัปดาห์)
วิธีการผสม: ผสมในขั้นตอนสุดท้าย โดยอุณหภูมิของเครื่องสำอางค์ต้องต่ำกว่า 40°C มีค่า pH ระหว่าง 4-7
อัตราการใช้: 2-6% (แนะนำ 5% สำหรับ whitening ให้ผิวขาวใส)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลว สีเหลือง มี pH อยู่ระหว่าง 5-7
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น หรือที่เย็น 8-25องศา มีอายุอย่างต่ำ 24เดือน
ผลิตโดย Mibelle Biochemistry, Switzerland

INCI Name: Lepidium Sativum Sprout Extract (and) Lecithin (and)Soy Isoflavones (and) Polysorbate 80 (and) Alcohol (and)Glycerin (and) Phenoxyethanol (and) Aqua / Water

Azelaic Acid (Potassium Azeloyl Diglycinate)

                    Azelaic Acid ชนิดละลายน้ำได้ (Potassium Azeloyl Diglycinate) ให้ผิวขาวใส รักษาฝ้า รอยดำ ลดความมันบนผิว ควบคุมการสร้างน้ำมันของรูขุมขน ลดสิวอุดตัน
Azelaic Acid เป็นสารหลักที่ใช้ใน Skinoren Cream ซึ่งมีประสิทธิภาพในการปรับให้ผิวขาว รักษาฝ้า

การทดสอบประสิทธิภาพของ Azelaic Acid ที่ให้ผิวกระจ่างใส
จากการใช้  Azeloyl Diglycinate  ความเข้มข้น 3% บนผิวของชาวตะวันตก (ฝรั่ง-ผิวขาว) วันละ 2ครั้ง ติดต่อกัน 3สัปดาห์ พบว่า สีผิว (L-Brightness) จางลงอย่างชัดเจน

จากการใช้ Potassium Azeloyl Diglycinate ความเข้มข้น 5% บนผิวของชาวเอเชีย (เหลืองอ่อน - เหลืองคล้ำ) วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 4สัปดาห์ LSIN1084 (Potassium Azeloyl Diglycinate) เมื่อเทียบกับ LSIN1079 (ครีมเปล่า ไม่มีส่วนผสมออกฤทธิ์ใดๆ) และเทียบกับ LSIN1080 (Kojic Acid) และ LSIN1082 (Arbutin) พบว่า Potassium Azeloyl Diglycinate มีประสิทธิภาพให้ผิวขาวที่เหนือกว่า Kojic Acid และ Arbutin เล็กน้อย แต่ให้ผลอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการใช้ครีมเปล่า

การทดสอบ Azelaic Acid ในประสิทธิภาพการลดความมันของผิว ลดสิวอุดตัน ลดการทำงานของต่อมไขมัน(sebum)
พบว่า Potassium Azeloyl Diglycinate มีประสิทธิภาพในการลดควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน sebum ชัดเจน และช่วยลดความมันของผิว

              Potassium Azeloyl Diglycinate เกิดจากปฎิกิริยา ระหว่าง Azelaic Acid และ Glycine (สารให้ความชุ่มชื้น) จึงไม่ใช่ Azelaic Acid ปกติ แต่เป็นชนิดพิเศษที่สามารถละลายน้ำได้ และอ่อนโยนกว่าชนิดปกติ จึงสามารถใช้ในเครื่องสำอางได้ ในขณะที่ Azelaic Acid ไม่ได้รับการอนุญาติ จาก อ.ย. ให้ใช้ในเครื่องสำอาง เนื่องจากอาจระคายเคืองผิว (อนุญาติให้ใช้เฉพาะในยา)
และ Azelaic Acid มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ในระหว่างการใช้

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวขาว หรือลดหน้ามัน/ลดสิวอุดตัน อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในขั้นตอนสุดท้าย โดยอุณหภูมิของเครื่องสำอางค์ต้องต่ำกว่า 40°C มีค่า pH ระหว่าง 5-11
อัตราการใช้: 5-10% (แนะนำ 10% สำหรับ whitening ให้ผิวขาวใส รักษาฝ้า และลดความมันบนใบหน้า)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลว สีใสหรือสีเหลืองอ่อน pH ประมาณ 7-8
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น ห้ามโดนแสงแดด ความร้อน ซีลฝาให้สนิท มีอายุอย่างต่ำ 24เดือน
ผลิตโดย Italy

INCI Name: Potassium azeloyl diglycinate

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

Vitamin B12 (Cyanocobalamin)


วิตามิน บี 12 (ชนิดความเข้มข้น 1%) มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบระคายเคืองผิว ปรับสภาพผิวให้ความชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว (regenerative) และลดอาการแพ้ของผิวซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกัน
ตัวอย่างการระคายเคือง อักเสบ ที่สามารถใช้ได้
-ผิวระคายเคือง จากการออกแดด โดยแสง UV เผาทำลาย
-ผิวระคายเคือง จากการโกนหนวด (สามารถใช้ผสมใน After-shave cream)
-ผิวระคายเคือง จากการใช้ยารักษาสิว ยาละลายสิว
-Daiper rash (ผื่นผ้าอ้อม)
ตัวอย่างการควบคุมภูมิคุ้มกัน จากอาการแพ้ต่างๆ ที่สามารถใช้ได้
-eczema (แพ้ผื่นคัน)
-atopic dermatitis (ผื่นแพ้)
-โรคสะเก็ดเงิน (ให้ใช้ได้สูงที่ 0.07% หรือเท่ากับ 7% ของ Vitamin B12 ความเข้มข้น 1%)

เนื่องจาก Vitamin B12 ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ได้ (regenerative, cell reproduction) จึงสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว ที่ถูกทำลาย เช่นรอยแผลเป็นจากสิว ริ้วรอยที่เกิดจากผิวที่มีอายุมากขึ้น

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชนิด
วิธีการผสม: ผสมในน้ำ หลีกเลี่ยงความร้อน pH ควรอยู่ในช่วง 4-7
อัตราการใช้: 1-2% (แนะนำ 1% ของ Vitamin 12 ความเข้มข้น 1% ซึ่งจะเท่ากับ 0.01% Vitamin B12)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: สีชมพูอ่อน มีความเข้มข้นของ Vitamin B12 ที่ 1.00%
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ โดยจะให้ของเหลวสีชมพูอ่อน
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น 6-8องศา มีอายุอย่างต่ำ 24เดือน

INCI Name: Cyanocobalamin

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์








Glutathione (L-Glutathione Reduced)

           กลูต้าไธโอน ความบริสุทธิ์สูง > 99% เป็น Anti-oxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ประสิทธิภาพสูง ใช้สำหรับ stabilize (หรือทำให้เสถียร) สำหรับ Vitamin C ชนิด L-Ascorbic Acid
         กลูต้าไธโอน ความบริสุทธิ์สูง  >99%  เป็น Anti-oxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ประสิทธิภาพสูง ใช้สำหรับ stabilize (หรือทำให้เสถียร) สำหรับ Vitamin C ชนิด L-Ascorbic Acid เมื่อผสมในน้ำโดยตรง
Vitamin C ชนิด L-Ascorbic Acid เป็นชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำให้ผิวขาว (whitening) และต่อต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) เนื่องจากผิวสามารถนำไปใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก Vitamin C ชนิดอื่น แต่มีข้อเสียคือ จากผลการทดลอง หากผสมในน้ำโดยตรง จะเสียคุณภาพ (oxidation) ไปกว่า 50% หลังจากผ่านไป 300ชม.
จากผลการทดลอง การใส่ Glutathione 1% ในผลิตภัณฑ์ L-Ascorbic Acid 10% (หรือ Glutathione 1.5% ใน L-Ascorbic Acid 15%) จะสามารถทำให้ L-Ascorbic Acid มีประสิทธิภาพคงเหลืออย่างน้อย 80% เมื่อเวลาผ่านไปถึง 60วัน (ภายใต้การเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ในอุณหภูมิ 5-8องศา หรือเก็บในตู้เย็น และหลีกเลี่ยงแสง)
L-Glutathione Reduced สามารถละลายในน้ำได้อย่างอิสระ ต่างจาก Glutathione ทั่วไปที่สามารถละลายน้ำได้ไม่เกิน 50mg/ml และดูดซึมสู่ผิวได้ง่ายกว่า Glutathione ชนิดธรรมดา

การใช้:  สำหรับผสมร่วมกับ L-Ascorbic Acid ในอัตราส่วน 1:10 (เช่น L-Ascorbic Acid 15% ใช้          Glutathione 1.5%)
วิธีการผสม:  ผสมในน้ำ หลีกเลี่ยงความร้อน อุณหภูมิห้ามเกิน 30องศา และ pH ควรอยู่ระหว่าง 3-6
อัตราการใช้:  1-1.5% (ใช้ในอัตราส่วน 1:10 ต่อ L-Ascorbic Acid)
ลักษณะผลิตภัณฑ์:  ผงสีขาวน้ำหนักเบา
การละลาย:  สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น ห้ามโดนแสงแดด ความร้อน ซีลฝาให้สนิท มีอายุอย่างต่ำ 36เดือน
ผลิตจาก   USA



Vitamin C (Sodium ascorbyl phosphate)

              
              Vitamin C เป็นสาร antioxidant ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิว ปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ช่วยลดการอุดตัวของสิวได้ดี เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง วิตามิน ซี Sodium ascorbyl  phosphate ถือเป็นตัวที่เสถียรสูง ไม่เสื่อมสภาพเร็วเหมือนตัว L-Ascorbic Acid  และ  ใช้งานง่าย ทนต่อความร้อน แสง กรด ด่าง เกลือ และการอ๊อกซิเดชั่นได้ดี สามารถละลายในน้ำได้ทันที โดยใส่ในส่วนสุดท้ายในการทำสูตร และปรับค่า PH ของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ที่ 7.00 เพื่อความคงตัวในสูตร


ปริมาณการใช้    2-5%
INCI : Sodium ascorbyl phosphate.









Nanowhite

                                                                                                                                                                                                                                             Whitening สำหรับลดการสร้างเม็ดสี melanin ของผิว ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของการทำให้ผิวคล้ำ ด้วยการทำงานร่วมกันของ Arbutin, Glutathione และ Vitamin C บรรจุอยู่ใน liposome ที่ออกแบบมาให้สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิว และทำงานยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน  เหมาะกับการใช้งานร่วมกับ Delentigo ซึ่งจะช่วยกันทำงานร่วมกันในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และการก่อตัวของ Lipofuscin ซึ่งเป็นต้นเหตุของจุดด่างดำ รวมถึงปัญหาฝ้า



การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวขาว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม (ใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 4สัปดาห์)
วิธีการผสม: ผสมในขั้นตอนสุดท้าย โดยอุณหภูมิของเครื่องสำอางค์ต้องต่ำกว่า 40°C มีค่า pH ระหว่าง 4-7
อัตราการใช้: 2-5% (แนะนำ 5% สำหรับ whitening ให้ผิวขาวใส)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลว มี pH อยู่ระหว่าง 5-7
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น 4-8องศา มีอายุอย่างต่ำ 24เดือน
ผลิตโดย Mibelle Biochemistry, Switzerland

INCI Name: Lecithin (and) Arbutin (and) Linolenic Acid (and)Linoleic Acid (and) Tocopheryl Acetate (and)Ascorbyl Palmitate (and) Glutathione (and) Alcohol(and) Aqua/Water

ดาวน์โหลด ผลการวิจัย Nanowhite




Vitamin C (L-ascorbic acid)

             
Vitamin C
                Vitamin C ชนิด L-ascorbic acid อนุภาพเล็ก (Ultra-Fine) ขนาดเล็กกว่า 45ไมครอน ความบริสุทธิ์ > 99.8% ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวิตามินซีประเภทอื่น ทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ลดริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต้านอนุมูลอิสระ
                Vitamin C ชนิด L-ascorbic acid ไม่ควรผสมกับน้ำโดยตรง เนื่องจากจะเกิดการ oxidation และทำให้เสียสภาพ (หากต้องการผสมน้ำโดยตรง ควรใช้ให้หมดภายใน 3วัน) การใช้ผสมในเครื่องสำอางค์ หากมีน้ำผสมอยู่ด้วย ควรเติม Ferulic Acid และ Vitamin E เพื่อลดการ oxidation หรือ เติมGlutathione (ชนิด L-Reduced) เพื่อลดการเกิด oxidation ทำให้ L-Ascorbic Acid ไม่เสียคุณภาพ

Ultra Fine เป็นผงขนาดไม่เกิน 45microns ผ่านการตัดด้วย laser ทำให้สามารถกระจายตัวได้ง่าย เหมาะกับใช้ในสูตรที่ไม่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย (Anhydrous) เช่น Vitamin C Silcone Serum ในสูตรของ Kiehl's เนื่องจากจะสามารถกระจายตัวได้ง่ายกว่า Ascorbic Acid ชนิดปกติ
 L-ascorbic acid 

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย หรือ whitening ให้ผิวขาว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในขั้นตอนสุดท้าย โดยอุณหภูมิของเครื่องสำอางค์ต้องต่ำกว่า 30°C และ pH อยู่ระหว่าง 3.5-4.0
อัตราการใช้: 3-15% (3% สำหรับลดริ้วรอยทั่วไป, 15% สำหรับ whitening ให้ผิวขาวใส)
ลักษณะผลิตภัณฑ์: ผงสีขาวบริสุทธิ์
การละลาย: สามารถละลายในน้ำในทันทีเนื่องจากเป็นผง Ultra Fine ขนาดเล็กกว่า 45ไมครอน
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 6-8องศา ห้ามโดนแสงแดด ความร้อน ซีลฝาให้สนิท
ผลิตโดย United Kingdom
INCI Name: L-Ascorbic Acid







วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

Alpha Arbutin

อัลฟ่า อาร์บูติน  ผิวขาวใสอย่างปลอดภัย
           อัลฟ่าอาร์บูติน สังเคราะห์ด้วยวิธี biosynthetic ทำหน้าที่ปรับให้ผิวขาวใส และสีโทนเดียวกัน(even-tone) โดยเหมาะสำหรับผิวทุกประเภท ปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงเหมือนสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) มีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ไม่นิยมใช้แพร่หลายเนื่องจากราคาสูงกว่าสารไฮโดรควิโนนมาก โดย Alpha-Arbutin   สามารถลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เซลล์ผิวหนังได้ ด้วยการยับยั้งเอ็นไซม์ Tyrosinase ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนสาร Tyrosine และ Dopa ให้เป็นเมลานิน 

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ whitening ให้ผิวขาว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม (แนะนำให้ใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 8สัปดาห์ ผลลัพธ์แตกต่างกันแล้วแต่บุคคล)
วิธีการผสม: ผสมในขั้นตอนสุดท้าย โดยอุณหภูมิของเครื่องสำอางค์ต้องต่ำกว่า 30°C มีค่า pH ระหว่าง 3.5-6.6
อัตราการใช้: 0.2-2% (แนะนำ 2% สำหรับ whitening ให้ผิวขาวใส ห้ามใช้เกิน 2.00% )
ลักษณะผลิตภัณฑ์:  ผงสีขาวบริสุทธิ์

การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในอุณหภูมิห้อง ห้ามโดนแสงแดด ความร้อน ซีลฝาให้สนิท มีอายุอย่างต่ำ 30เดือน
ผลิตโดย Pentapharm, Switzerland
INCI  Name: Alpha-arbutin

Hyaluronic Acid

             
             Hyaluronic Acid ไฮยาลูรอนิค แอซิด เป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ลักษณะเหมือนเจล แทรกอยู่ระหว่างเซลล์ผิว ทำหน้าที่เหมือนแหล่งเก็บกักน้ำแก่เซลล์ ปกป้องโครงสร้างของเซลล์ผิว โดยเมื่อเรามีอายุมากขึ้น Hyaluronic Acid จะมีปริมาณลดลง ทำให้ผิวเริ่มขาดน้ำ และเกิดริ้วรอยขึ้น การใช้ Hyaluronic Acid บนผิว สามารถเสริมสร้างให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น และลดริ้วรอยที่อาจเกิดขึ้นได้
ผลิตภัณฑ์ Hyaluronic Acid มีลักษณะเป็นผง สกัดด้วยกรรมวิธี Biotechnology ด้วยแบคทีเรียชนิดหนึ่ง
สำหรับผิวที่ขาดความชุ่มชื้นมาก แห้งกร้าน แนะนำให้ใช้ Hyaluronic Acid ร่วมกับ Water Lock ซึ่งจะทำหน้าที่เสริมกัน ในการกักเก็บน้ำให้แก่ผิว ไม่ให้ผิวเสียน้ำได้ง่าย
การใช้: สำหรับเครื่องสำอางค์ทุกชนิด อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมก่อนส่วนผสมที่เป็นของเหลวทุกชนิด แต่หลังส่วนผสมที่เป็นผงแห้งทุกชนิด ใส่ผงลงบนน้ำ (water-phase) ปิดฝาและเขย่าแรงๆ 1-3นาที จากนั้นนำไปแช่เย็นให้เวลาอย่างต่ำ 3ชม. เพื่อให้ผงละลายตัว นำออกมาดูเนื้อของผลิตภัณฑ์หากยังละลายไม่สมบูรณ์ให้นำไปเขย่าต่อ และแช่เย็นต่อ จนสามารถสังเกตุได้ว่าผงจะละลายตัวจนหมด และน้ำมีลักษณะเหนียว(เป็นเจลเหลว)ขึ้นตามความเข้มข้นที่ใส่ เพื่อให้ hyaluronic acid ไม่เสียคุณภาพ pH ต้องอยู่ระหว่าง 4.0-9.0 และอุณหภูมิห้ามเกิน 70 องศา และต้องใส่สารกันเสียเพื่อป้องกันแบคทีเรียทำลายเนื้อเจล
อัตราการใช้: เครื่องสำอางค์ 0.1-1% (หากต้องการสร้างเนื้อเจล เลือกใช้ 0.5-1% หากต้องการเพียงความชุ่มชื้น ใช้เพียง 0.1-0.5%  แนะนำ 0.1%)
ลักษณะผลิตภัณฑ์:: ผงสีขาว
การละลาย: สามารถละลายในน้ำเย็น (กรุณาใช้วิธีด้านบนในการละลาย)
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิระหว่าง 15°C-25°C (อย่าแช่ตู้เย็น) ห้ามโดนแสงแดดและความชื้น

INCI Name: Sodium Hyaluronate

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

Hyaluronic acid serum.










วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

Beta Glucan (เบต้า กลูแคน)

                 
                เบต้ากลูแคนจากยีสชนิดของเหลว จาก Switzerland ผสมง่าย ปกป้องผิวจากการระคายเคือง ให้ความชุ่มชื้นผิว ลดริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

คุณสมบัติหลัก 4 ประการ:
-ให้ผิวแข็งแรง ลดอาการแพ้ (activiating skin's immune system) ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นอันดับหนึ่งของ Beta Glucan
-ปกป้องผิวจากการระคายเคือง (anti-irritant) 
-ลดริ้วรอย (fine lines / wrinkles)
-ให้ความชุ่มชื้นผิว

             เบต้า กลูแคนเหมาะสำหรับใช้รอบดวงตา เพื่อลดรอยคล้ำ (dark circle) สามารถช่วยลดรอบคล้ำรอบดวงตาได้ภายใน 4สัปดาห์ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล)

*เนื่องจากอนุภาคของ beta glucan มีน้ำหนักมาก เมื่อใส่ลงในสูตร หากเนื้อเจล หรือเนื้อครีม มีความเข้มข้นไม่เพียงพอ อาจจะตกตะกอน ควรเขย่าขวดก่อนใช้ โดยไม่เสียคุณภาพแต่อย่างใด*

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย ลดการอักเสบ ให้ความชุ่มชื้น ลดระคายเคือง ลดรอยคล้ำรอบดวงตา

วิธีการผสม: ผสมในน้ำ อุณหภูมิห้ามเกิน 50องศา และ pH อยู่ในช่วง 5-7

อัตราการใช้: 3-10% (แนะนำ 5% สำหรับให้ความชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยน หรือ 10% สำหรับผิวระคายเคือง ผิวแพ้ง่าย)

ลักษณะผลิตภัณฑ์: ของเหลวสีเหลืองอ่อน/เบจ มีกลิ่นธรรมชาติ

การละลาย: สามารถละลายในน้ำ

การเก็บรักษา: เก็บในตู้เย็น (15-25องศา) มิดชิดจากแสงแดด ผลิตภัณฑ์มีอายุอย่างต่ำ 2ปี

INCI Name: Butylene Glycol (and) Beta Glucan

ดาวน์โหลด   MSDS เบต้ากลูแคน

Vitamin B3

Vitamin B3 (Niacinamide)
              เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิว โดยเฉพาะการลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) เหมาะกับผิวที่เป็นสิว
              สาร Niacin ใน Vitamin B3 อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ในบางคนได้ โดยจะมีอาการ skin-flushing กรุณาทดสอบด้วยการทำ patch-test ก่อนใช้บนผิวหน้า โดย skin-flushing จะอยู่แค่ชั่วคราว โดยเมื่อผิวได้ปรับตัวเข้ากับ Vitamin B3 แล้วจะไม่แพ้อีก อย่างไรก็ตาม Vitamin B3 ชนิดที่จำหน่ายนี้ มีความบริสุทธิ์สูงพิเศษ ผ่านกระบวนการขจัด Niacin โดยมี Niacin ต่ำกว่า 20ppm (parts-per-million) ซึ่งต่ำที่สุดในมาตรฐานปัจจุบัน จึงลดความเสี่ยงที่จะเกิด skin-flushing ได้
              Vitamin B3 มีผลการวิจัยรับรองว่าสามารถช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และลดการเกิดสิวได้ เมื่อใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 6-8สัปดาห์ ท่านสามารถดูผลการวิจัยตาม link ดังนี้

             The effect of 2% niacinamide on facial sebum production.
             ผลการวิจัย ประสิทธิภาพของ Vitamin B3 ในการรักษาสิวอักเสบ

             Vitamin B3 เหมาะสำหรับผสมร่วมกับ NAG เพื่อทำงานร่วมกันช่วยปรับสีผิวให้ขาวใสขึ้น เป็น tone เดียวกัน และกระตุ้นการผลิต hyaluric acid ใต้ผิวตามธรรมชาติ
             ผลการวิจัยของ P&G จาก link ด้านล่างนี้
               N-ACETYL GLUCOSAMINE AND NIACINAMIDE

การใช้: สำหรับผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย whitening ให้ผิวขาว และช่วยต่อต้านสิว อยู่ในรูปของเจล เซรั่ม โลชั่น หรือ ครีม
วิธีการผสม: ผสมในน้ำ (water-phase) โดยสามารถทนความร้อนได้ แต่ไม่ควรใช้ความร้อนนาน และ pH ที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 3-7.5 (ดีที่สุดที่ 4.0-6.0)
อัตราการใช้: 1-5% (แนะนำ 3% หากใช้เป็น active ingredient หลัก, แนะนำ 5% หากใช้เพื่อการรักษาสิว, แนะนำ 2% หากใช้ร่วมกับ  N-Acetyl Glucosamine โดยใช้อัตราส่วน NAG 4% Niacinamide 2%)
ลักษณะผลิตภัณฑ์::::::
: ผงสีขาว pH 6-7.5
การละลาย: สามารถละลายในน้ำ
การเก็บรักษา: หากต้องการเก็บในระยะยาว เก็บในอุณหภูมิห้อง ห้ามโดนแสงแดด ความร้อน ซีลฝาให้สนิท
Grade: > 99.75% Pharmaceutical (British Pharmacopoeia), Niacin ต่ำกว่า 20ppm

INCI Name: Niacinamide


ตัวอย่่างผลิตภัณฑ์



CELLUMINATION ESSENCE EX




















BIODERMA Hydrabio Tonique















SK-II Brightening Derm Specialist